Archive for the ‘Uncategorized’ Category

ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยเคมี

November 3rd, 2018

ชาวนาไทยส่วนใหญ่ยังคงเคยชินกับปุ๋ยเคมี ใครบอกให้ไถกลบตอซังทำปุ๋ย ไม่มีใครสน…ในขณะที่อีกส่วนหันมาทำเกษตรอินทรีย์ พึ่งพาแต่วัสดุธรรมชาติ มองปุ๋ยเคมีเป็นปีศาจร้าย

คลิก: http://www.kwan-jp.com/?p=393

แล้วชาวนาญี่ปุ่นผู้มีสถานะทางสังคมต่างจากชาวนาไทยราวฟ้ากับเหว ใช้ปุ๋ยกันแบบไหน…จากคำบอกเล่าของ อ.ทซึโทมุ มิยาโกชิ (Mr.Tsutomu Miyakoshi) ที่ปรึกษาเชี่ยวชาญพิเศษ (ข้าว) บริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด อดีตผู้จัดการฝ่ายบริหารการเกษตรป่าไม้และประมง ประจำ จ.นีกะตะ

ชาวนาญี่ปุ่นไม่ได้มองปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยเคมี แบ่งแยกสุดโต่งเหมือนอย่างชาวนาบ้านเรา

เขาใช้ทั้งปุ๋ยอินทรีย์ และเคมีอย่างละครึ่ง จะมีบ้างบางส่วนทำเกษตร อินทรีย์โดยเฉพาะ เพื่อส่ง เข้าตลาดพรีเมียม ได้ราคา สูงกว่าปกติ 20%

สำหรับชาวนาที่ปลูก แบบทั่วไปจะเริ่มใช้ปุ๋ยอินทรีย์ก่อนตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมดิน ไถกลบ ไม่เผา ตอซัง จากนั้นจะใส่ปุ๋ยเคมี 3 ครั้ง…ครั้งแรก ตั้งแต่เริ่มปลูก ใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 15-10-10 หรือ 20-15-15 ใส่ไปพร้อมกับการดำนาด้วยรถจักรกล

การใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2 ให้แต่ปุ๋ยไนโตรเจนกับโปแตสเซียม เพราะฟอสฟอรัสมีในดินเพียงพอแล้ว ไม่ต้องใส่เพิ่ม…ส่วนครั้งสุดท้าย จะใช้ปุ๋ยเคมีสูตรแรก ช่วงหลังข้าวออกรวงแล้ว 10-20 วัน

สัดส่วนและอัตราการใช้จะมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับชนิดและความ สมบูรณ์ของดินและพันธุ์ข้าว เพราะเขาให้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินที่จะปลูก

คลิก: http://www.myhealthteeth.org/?p=742

แต่สูตรที่ว่ามานั้น ปัจจุบันล้าสมัยไปแล้ว ล่าสุดได้วิจัย ปุ๋ยละลายช้า ใส่แค่ครั้งเดียวตอนเริ่มปลูก ประหยัดแรงงาน ประหยัดเงิน ราคาแพงกว่าปุ๋ยธรรมดาไม่มากนัก

ปุ๋ยสูตรใหม่เขาได้วิจัยให้เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิด แต่ละสายพันธุ์ แถมใช้ได้ทุกสภาพดิน ทำให้เป็นที่นิยมจากเกษตรกรญี่ปุ่นมาก

จะเห็นได้ว่า ชาวนาญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับปุ๋ยทั้ง 2 ชนิด เพราะถือว่าปุ๋ยอินทรีย์ให้ผลระยะยาว ฉะนั้นต้องใส่ตั้งแต่ก่อนปลูก จึงจะค่อยย่อยสลายปลดปล่อยธาตุอาหารให้พืชได้

ที่สำคัญญี่ปุ่นมีหน่วยงานเฉพาะคอยเก็บข้อมูล…วัสดุอินทรีย์ชนิดใด ใช้เวลาเท่าไรย่อยสลาย แล้วข้าวจะเอาไปใช้ได้ช่วงไหน ทำจนเป็นสูตรสำเร็จจนชาวนาในประเทศใช้กันเป็นปกติ

เครดิต: ไทยรัฐ

ของชำร่วยงานแต่งงานไทยและของตกแต่งบ้าน

October 31st, 2018

นายกสมาคมของขวัญ ของชำร่วยไทยและของตกแต่งบ้าน ชี้ ตลาดสินค้าประเภทของขวัญเงียบเหงา ปีใหม่ ประชาชนลดจับจ่าย หลังการเมืองระอุ คาดปี 57 โต 5-10%…

นายศิริชัย เลิศศิริมิตร นายกสมาคมของขวัญ ของชำร่วยไทยและของตกแต่งบ้าน กล่าวกับ “ไทยรัฐออนไลน์” ว่า ได้มีการตั้งเป้าหมายการขยายตัวสินค้าประเภทของขวัญ ของชำร่วย ในปี 2556 ไว้ที่ 5% แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ และโตเพียงแค่ 2% เท่านั้น โดยรวมทั้งปี 2556 คิดเป็นมูลค่า 10,000 ล้านบาท

คลิก: http://www.usedautopartssite.com/?p=343

ทั้งนี้ มาจากปัญหาทางการเมือง ทำให้เศรษฐกิจซบเซา และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภค ลดการจับจ่ายลง โดยส่งผลให้บรรยากาศการจับจ่ายซื้อของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ค่อนข้างเงียบเหงา อีกทั้งยังทำให้ยอดขายสินค้าของร้านค้าหลายรายลดลงกว่าปีที่ผ่านๆ มา

ขณะที่การตัดสินใจเลือกซื้อของขวัญของผู้บริโภคส่วนใหญ่ อยู่ที่การใช้งานของสินค้าเป็นหลัก โดยรองลงมาคือ ความสวยงาม โดยจะเห็นว่าช่วงนี้ห้างร้านต่างๆ มีการลด แลก แจก แถม อัดโปรโมชั่นกันอย่างเต็มที่ เพราะจะเป็นการช่วยระบายสินค้าเข้าใหม่ และสินค้าที่ค้างสต๊อกได้ตลอดทั้งปี

คลิก: http://triangleresearch.org/?p=252

อย่างไรก็ตาม ของขวัญที่ผู้บริโภคมักนิยมซื้อมากที่สุด จะอยู่ในกลุ่มของสินค้าประเภท Gadgets ต่างๆ โดยจะเน้นไปที่สินค้าประเภทเทคโนโลยีเป็นหลัก ส่วนประเภทอื่นๆ เช่น กระเป๋า น้ำหอม คุ้กกี้ ผู้บริโภคยังซื้อในอัตราส่วนที่เท่าๆ กัน และคาดว่า ในปี 2557 สินค้าประเภทของขวัญ ของชำร่วยไทยและของตกแต่งบ้าน อาจขยายตัวได้ร้อยละ 5-10 หรือมีมูลค่ารวมกว่า 15,000 ล้านบาท.

เครดิต: ไทยรัฐ 

มาเริ่มเรียนขั้นตอนก่อนกำหนดงานรับสร้างบ้านกันก่อนกำหนดจักรับชิ้นงาน

March 8th, 2017

เราทุกคนทั้งนั้นมีบ้านพักอาศัยที่พักอยู่กันอย่างเป็นหลักเป็นที่อยู่แล้ว แต่ถ้าว่าย่อมมีความหวังที่ผิดแผกแตกต่างกันออกไปเนื่องด้วยบ้านพักอาศัยคือสิ่งที่ให้ความร่มรื่นสุขทั้งกายและจิตใจ การจะจัดหาบ้านสำหรับอาศัยส่วนมากแล้วนั้นก็ลำบากเหลือเกินด้วยในสมัยนี้ที่อาศัยมีมูลค่าโดยมากสูง นับเป็นภาระอันสาหัสรุนแรงพอตัว คนที่มีเงินได้ไม่มากจึงต้องทำใจกันเป็นแถบ ถึงจะมีกำลังในการซื้อแต่ก็จำเป็นต้องเรียนกระบวนการการบริหารให้ละเอียดยิบถ้วนถี่ ทั้งนี้เพราะถ้าปลงใจทำผิดไปแล้ว อาจปราศจากหนทางให้แก้ไขสับเปลี่ยนเสมือนการซื้อของซื้อของขาย เพราะเช่นนั้นก่อนที่จะตัดสินใจปลูกเรือน สักหลัง ต้องได้คิดให้ละเอียดเสียก่อนเราถึงจะจ้างวานคนรับสร้างบ้านมาทำที่พักให้กับทางเรา

หากว่าตัดสินใจไม่ดีพอ อาจเปลี่ยนแปลงเป็นความทุกข์ชั่วชีวิตก็เป็นได้ เมื่อเป็นแบบนี้แล้วจึงจำเป็นนึกถึงกระบวนการการบริหารสำหรับการ ปลูกสร้างบ้าน อย่างแรกคงจำต้องเจาะจงต้นแบบและความจุของบ้าน จะต้องมีแบบบ้านที่อยากได้อยู่ในใจแล้วว่าสัดส่วนของบ้านจะเป็นแบบไหน เพราะว่าสมัยปัจจุบันมีบริษัทรับดีไซน์และปลูกสร้างบ้าน มีอยู่มากมายที่มุ่งเสนอแบบแปลกๆ สดๆ ให้เลือกไม่ว่าจะเป็นแบบร่วมสมัย แบบตามสมัยนิยม หรือแบบทรงทวีปยุโรป โดยนึกถึงส่วนแบ่งห้องหรือขนาดว่ายังงั้นเล็กหรือไม่ก็ใหญ่พอดีหรือไม่ ด้วยเหตุว่าถ้าเล็กไปก็คงแย่ใหญ่ไปมีแต่จะร่อยหรอไปเท่านั้น รวมถึงต้องดูความจำเป็นว่าต้องมีอะไรบ้างที่จะมาอำนวยความคล่อง อย่างพวกสวนพวกสระน้ำ ถ้าหากว่าไม่จำเป็นก็คงจะต้องปล่อยไปซะเหนือกว่า ทดลองเข้าถามการปลูกเรือนจาก http://www.conventure.co.th/